วันนี้ได้คุยกับเพื่อนสนิทถึงเรื่องระบบความคิดและการมองโลกของคนเรา ก็ได้ตระหนักในตนเองว่าตนนั้นมีช่วงมุมมองความคิดเปลี่ยน ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงภาคใหญ่จนส่งผลต่อชีวิตในวันต่อมาอย่างเห็นได้ชัดอยู่ในช่วงปีแรกๆ ของการเรียนมหาวิทยาลัย ประมาณปีที่สองที่สาม
จริงๆ แล้วความคิดและมุมมองของคนเรามักจะค่อยๆ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ อยู่แล้ว เพราะสิ่งเหล่านี้มันจะขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่เราพบเจอในชีวิตด้วย เมื่อเราเจออะไรเราจะค่อยๆ คิด ค่อยๆ ปรับตัวไปตามสิ่งนั้น แต่ที่พูดถึงการเปลี่ยนแปลงของตัวเองช่วงมหาวิทยาลัยก็เพราะมันเหมือนเป็นการ ‘ตื่น’ จากความเป็นเด็ก
ตอนเ็็ป็นเด็กประถมหรือมัธยม บางอารมณ์บางมูดเราก็แอบเข้าข้างตัวเองว่า ชั้นโตแล้ว ชั้นคิดอะไรแบบผู้ใหญ่แล้ว แต่จริงๆ แล้วตอนนั้นโลกของเรายังแคบเกินไป คิดอะไรไม่รอบด้าน มองอะไรไม่ครอบคลุม เมื่อโตมาถึงวันใดวันหนึ่งเราก็จะรู้เองว่าวันนั้นมันไม่ใช่
ก็ยังมีอะไรให้เราปรับตัวปรับใจต่อไปเรื่อยๆ อีกในอนาคต ที่เราสมควรทำมากที่สุดก็คือการ ลืมตาตื่น ลืมตาทั้งๆ ที่ยังลืมตาอยู่ ตื่นขึ้นมาบนโลกที่เราตื่นอยู่ ลืมตาตื่นให้ยืนอยู่เหนือสถานการณ์ใดๆ ที่เป็นเหมือนกระแสน้ำไหลที่มักพาเราจมอยู่ใต้นั้นจนมองไม่เห็นอะไร ถ้าเรามองลงมาจากมุมสูงเราจะเห็นภาพชัดทั้งหมดของสายน้ำ แ้ล้วเราจะใช้ปัญญาตัดสินใจได้เองว่าควรทำอย่างไร ดีกว่าการดำผุดดำว่ายจมน้ำไปจนตาย