หาเหตุผล

หาเหตุผล

ฉันคิดว่าฉันเป็นคนที่หาเหตุผลให้กับการกระทำของตัวเองเสมอๆ ซึ่งคิดเองว่าน่าจะเป็นเรื่องปกติที่เป็นกันทุกคน

เวลาทะเลาะกับใคร ฉันมักใช้เหตุผลที่ตัวเองคิดขึ้นมาเอง โต้แย้งว่า “ฉันมีเหตุผล เธอล่ะ มีรึเปล่า”

แต่บางทีฉันลืม ฉันเผลอ หรืออาจนึกไม่ออก ว่าที่ฉันทำๆ อยู่ทุกวันนี้ อะไรคือเหตุ อะไรคือผล

หรือจริงๆ แล้วฉันไม่ใช่คนมีเหตุผลหรอก ฉันแค่ทำๆ ตามใจ แล้วค่อยหาเหตุผลมาหลอกความคิดตัวเองอีกที

..มนุษย์นี่ซับซ้อนจัง หรือฉันเป็นคนเดียว…

ธุรกิจในความฝันอย่างที่ 4

ธุรกิจในความฝันอย่างที่ 4

หลังจากพี่สาวคุยให้ฟังว่าได้ลองสั่งเครื่องสำอางค์ตัวนู้นนี่มาใช้แล้วดีอย่างนั้นไม่ดีอย่่างนี้ โดยแนะนำเวบ http://www.tohkrengpang.com/ ให้เราเปิดดูตามไปด้วย ว่าพูดถึงเครื่องสำอางค์ตัวไหน เราก็แวะเวียนเปิดเข้าไปดูเวบนี้อยู่บ่อยครั้ง ด้วยเหตุผลของการศึกษาเรื่องเครื่องสำอางค์ที่พี่สาวบอก

และอีกสาเหตุคือชื่นชอบรูปแบบของการทำธุรกิจของเจ้าของเวบนี้ คือเน้นขายเครื่องสำอางค์โดยเฉพาะมีทุกประเภท เป็นเครื่องสำอางค์นำเข้าบ้างไทยบ้าง (ส่วนมากจะเป็นแบรนด์กิมจิ) แล้วยังเปิดหน้าร้านให้คนได้เข้าไปแวะซื้อกันด้วยตัวเองอีกด้วย

ก่อนหน้านี้เราไม่เคยหาข้อมูลมาก่อนว่าร้านจริงๆ ของร้านนี้อยู่ที่ไหน โดยทึกทักเอาเองว่าคงเป็นกรุงเทพเพราะดูจะค้าขายได้ง่ายที่สุด แต่เมื่อวันก่อนได้ไปช่วยงานพี่สาวที่จังหวัดสุรินทร์ หลังจากไปเดินไนท์ในตัวเมืองพี่สาวก็พาเดินต่อไปยังร้านโต๊ะเครื่องแป้งนี้ตัวจริงเสียงจริง จะว่าตื่ื่นเต้นก็ไม่ใช่ แต่ให้บอกว่าไม่ตื่นเต้นก็ไม่เชิง เอาเป็นว่าตื่นเต้นเล็กๆ ละกัน

พอกลับมาพิษณุโลก กลับมาเปิดร้านยาตามปกติ เดินไปซื้อขนมร้านป้าข้างๆ ซื้อกันบ่อยจนชิน ป้าก็บ่นบอกไม่ค่อยเห็นหน้าเลย ก็บอกป้าไปว่าไปช่วยงานพี่ที่สุรินทร์มา แล้วคงจะไม่ได้อยู่ร้านนี้แล้ว ป้าก็ถามแล้วจะทำยังไงกับร้านนี้ เราก็ตอบว่าก็อาจจะเซ้งมั้งครับ ป้าพึมพำว่าร้านสวย น่าจะทำเป็นร้านขายเครื่ืองสำอางค์…

ทันใด! ประกายไฟเกิดในหัว ก็คิดขึ้นมา เออ! ทำำไมเราไม่คิดทำอย่างร้านโต๊ะเครื่องแป้งบ้าง เพราะเวบขายของออนไลน์เราก็เคยคิดอยู่แล้ว แล้วถ้ายิ่งมีหน้าร้านด้วยก็ยิ่งหน้าสนใจ พลุวิ่งแตกพล่านในความคิด

พอสงบสักพักก็ตัดสินใจได้ว่าคงไม่ทำด้วยร้านที่มีอยู่นี่แน่นอน เพราะด้วยทำเล กำลังซื้อของคนแถวนี้มีไม่มากพอสำหรับเครื่องสำอางค์และอาหารเสริมต่างๆ แน่ ก็ลงเอยประกายไฟนี้ด้วยการจดบันทึกและพักเก็บเป็นธุรกิจในความฝันลำดับที่ 4 ต่อไป

…ไว้ยามที่อะไรต่ออะไรลงตัว เราคงได้ประดิษฐ์มันขึ้นมา

จบคณะจิตวิทยา

จบคณะจิตวิทยา

ฉันรู้สึกดีที่จบจิตวิทยาเพราะมันตรงกับตัวฉันมากที่สุด ถึงแม้คณะนี้จะไม่ได้ช่วยให้ฉันหางานที่ดูดีได้ แต่อย่างน้อยฉันก็โชคดีในเรื่องงาน ถึงแม้จะไม่ใช่งานที่มีหน้ามีตาเหมือนใครๆ แต่ยังไงฉันก็ยังดีใจที่จบจิตวิทยา

ถ้าอยากถูกหวย

ถ้าอยากถูกหวย

ถ้าวันหนึ่งไปซื้อหวยมา แล้วอยากถูกรางวัลที่หนึ่ง แล้วแอบเข้าไปเปิดคอลัมน์ดวงชะตาในนิตยสารเมาท์ดาราในร้านโชว์ห่วยไฮโซ ปรากฎไม่มีคำไหนที่หมอดูบอกว่าจะถูกหวย แล้วหัวใจที่ฟูฟ่องก็แฟบฟีบลง
…มาลองคิดอีกทีสิ ถ้าเราจะถูกหวยตามในดวงชะตาบอก ดังนั้นคนอีกกี่ล้านคนที่เกิดราศีเดียวกับเรา หรือวันในรอบสัปดาห์เดียวกับเรา เขาก็ถูก(หวย)ด้วยเซ่ ปั๊ดโธ่…….

ลืมตาตื่น

ลืมตาตื่น

วันนี้ได้คุยกับเพื่อนสนิทถึงเรื่องระบบความคิดและการมองโลกของคนเรา ก็ได้ตระหนักในตนเองว่าตนนั้นมีช่วงมุมมองความคิดเปลี่ยน ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงภาคใหญ่จนส่งผลต่อชีวิตในวันต่อมาอย่างเห็นได้ชัดอยู่ในช่วงปีแรกๆ ของการเรียนมหาวิทยาลัย ประมาณปีที่สองที่สาม

จริงๆ แล้วความคิดและมุมมองของคนเรามักจะค่อยๆ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ อยู่แล้ว เพราะสิ่งเหล่านี้มันจะขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่เราพบเจอในชีวิตด้วย เมื่อเราเจออะไรเราจะค่อยๆ คิด ค่อยๆ ปรับตัวไปตามสิ่งนั้น แต่ที่พูดถึงการเปลี่ยนแปลงของตัวเองช่วงมหาวิทยาลัยก็เพราะมันเหมือนเป็นการ ‘ตื่น’ จากความเป็นเด็ก

ตอนเ็็ป็นเด็กประถมหรือมัธยม บางอารมณ์บางมูดเราก็แอบเข้าข้างตัวเองว่า ชั้นโตแล้ว ชั้นคิดอะไรแบบผู้ใหญ่แล้ว แต่จริงๆ แล้วตอนนั้นโลกของเรายังแคบเกินไป คิดอะไรไม่รอบด้าน มองอะไรไม่ครอบคลุม เมื่อโตมาถึงวันใดวันหนึ่งเราก็จะรู้เองว่าวันนั้นมันไม่ใช่

ก็ยังมีอะไรให้เราปรับตัวปรับใจต่อไปเรื่อยๆ อีกในอนาคต ที่เราสมควรทำมากที่สุดก็คือการ ลืมตาตื่น ลืมตาทั้งๆ ที่ยังลืมตาอยู่ ตื่นขึ้นมาบนโลกที่เราตื่นอยู่ ลืมตาตื่นให้ยืนอยู่เหนือสถานการณ์ใดๆ ที่เป็นเหมือนกระแสน้ำไหลที่มักพาเราจมอยู่ใต้นั้นจนมองไม่เห็นอะไร ถ้าเรามองลงมาจากมุมสูงเราจะเห็นภาพชัดทั้งหมดของสายน้ำ แ้ล้วเราจะใช้ปัญญาตัดสินใจได้เองว่าควรทำอย่างไร ดีกว่าการดำผุดดำว่ายจมน้ำไปจนตาย

สวัสดี(อีกครั้ง)

สวัสดี(อีกครั้ง)

สวัสดี WordPress อย่างเป็นทางการ

หลังจากการอพยบลี้ภัยมาจาก Window Live Space วันนี้ ที่ประสบปัญหาทำด้วยตัวเองไม่ได้ ต้องใช้คอมเครื่องอื่นทำ ต้องขอบคุณเพื่อนรักตลอดกาล (@Pongpet B.)

ถือว่าเป็นการเริ่มศักราชใหม่ของ Blogging อีกครั้ง ถ้ามีการเขียน blog เกิดขึ้นในวันข้างหน้า เนื้อหาอาจเปลี่ยนไปจากเมื่อหลายปีตอนเริ่มเขียน Space ใหม่ๆ เนื่องด้วยตัวเราเองก็เปลี่ยนไปมากพอสมควร ในเรื่องความคิด ตลอดห้าปีที่ผ่านมาก็ได้เรียนรู้ ได้รับประสบการณ์อะไรหลายๆ อย่าง ทำให้ความคิด ความรู้สึกมันเปลี่ยนไป จะดีขึ้นรึเปล่า จะนิ่งขึ้นมั้ย หรือจะบ้าเลือดกว่าเดิม ก็คงต้องค่อยๆ ดูกันไป แต่ที่แน่ๆ  ไม่เหมือนเดิมเป๊ะๆ หรอก เพราะจากคำพูดของนักปราชญ์ท่านหนึ่งที่ว่า

ไม่มีใครสามารถจุ่มเท้าลงในแม่น้ำสายเดิมได้ถึงสองครั้ง

ฉะนี้แล.

เอาความฝันไปฝากไว้ที่คนบ้างก็ได้

เอาความฝันไปฝากไว้ที่คนบ้างก็ได้
ไม่รู้ว่าใครเป็นเหมือนกันรึเปล่า คือเป็นคนที่มีความฝันเยอะมาก อยากเป็นนู่นอยากเป็นนี่ อยากทำนู่นอยากทำนี่

ซึ่งมันก็เป็นสิ่งดี เป็นแรงจูงใจในการดำเนินชีวิต

แต่พอมาถึง ณ วันหนึ่ง เราเรียนรู้อะไรมากขึ้น ความฝันหลายๆ อย่างบางทีมันก็เดินคู่กันไม่ได้ อาจจะนึกภาพไม่ออก อาจลองคิดถึง คนๆ หนึ่งอยากหมอรักษาคนไข้ เขากำลังเรียนใกล้จะจบแล้ว แต่ยังมีอีกความฝันคืออยากเป็นสัปเหร่อในวัดต่างจังหวัด ซึ่งมันแทบจะเรียกได้ว่าเป็นไปไม่ได้เลย ด้วยเวลาการทำงานหรือด้วยหน้าตาทางสังคม 

ดังนั้นพอถึง ณ วันหนึ่ง เราต้องเลือกที่จะทำอะไรสักอย่างหรือสองอย่างสามอย่างที่มันสามารถเดินเคียงข้างกันไปได้ แล้วก็ปล่อยความฝันบางตัวไปกับคนอื่นบ้าง เราอาจไปเห็นใครที่เป็นคนในอุดมคติของความฝันของเราเลย เราอยากเป็นอย่างคนนี้มากๆ แต่พอเราประเมินแล้วว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้ ก็ปล่อยไปบ้างก็ได้

โดยส่วนตัวเราใช้เทคนิคเล็กน้อยคือคิดซะว่าเขาคนนั้นเป็นร่างอีกภาคหนึ่งของเรา เขาอาจจะเคยเป็นเรามาก่อน แล้วเกิดเหตุการณ์อะไรบางอย่างขึ้นมา ทำให้ร่างเราแยกฉีกออกเป็นสองร่าง ที่เป็นเราก็เป็นเราอยู่ตอนนี้ ร่างที่เป็นเขาก็เป็นคนที่เราอยากเป็นอยู่ตรงนี้ ต้นกำเนิดก็เป็นคนๆ เดียวกัน

ความคิดนี้บางทีอาจดูเหมือนเพ้อฝัน แต่ความแตกต่างของมนุษย์แต่ละคนมีอะไรมากแค่ไหนล่ะ สุดท้ายเมื่อทุกคนเกิด ก็ต้องแก่ ก็ต้องป่วย ก็ต้องตายเหมือนกันทุกคนอยู่ดี

สุดท้าย..ก็ให้คนอื่นเขาใช้ชีวิตบางภาคส่วนแทนเราหน่อยก็ได้ เราจะได้ไม่เหนื่อยกับการต้องตามเก็บทุึกความฝัน และตั้งใจทำสิ่งที่เรามีอยู่ในปัจจุบันอย่างเต็มที่

ขอบคุณ : อาชีพของฉัน

ขอบคุณ : อาชีพของฉัน
วันนี้มีเพื่อนคนนึง ไถ่ถามถึงชีวิตประจำวันร้านขายยาของเรา่ว่าเป็นอย่างไรและรู้สึกอย่างไรบ้าง

กับคำถามนั้น ทำให้เราได้มีโอกาสมองดูความรู้สึกตัวเอง..

..กับชีวิตประจำวัน ซ้ำๆ เดิมๆ   ความเบื่อ..มี..แต่น้อย นานๆ ความเบื่อมาเยือนที ความเบื่อที่มาเยือนเราช่วงนี้น่าจะมีอีกชื่อนึงคือ..ความขี้เกียจ 

นอกจากนี้ก็ไม่มีอะไรแล้ว ไม่มีความเหนื่อย ท้อถอย หมดกำลังใจ ไม่อยากไปทำงาน เซ็ง วิตก เครียด คิดมาก อยากกรี๊ด อยากร้องไห้ จนกลายเป็นความเบื่องานอีกชนิดหนึ่งที่มีพิษสงกว่า ที่เราเคยมีมา…..ตอนนี้ไม่มี

ยิ่งเพื่อนคนเดิมเล่าให้ฟังถึงความยากลำบากในหน้าที่การงานของตน ยิ่งย้อนคิดไปถึงสิ่งที่ตัวเองเคยประสบมา ก็เกิดทั้งความเห็นใจและเข้าใจเพื่อนกับความรู้สึกว่าตัวเองโชคดีขึ้นพร้อมกัน

…ถึงแม้ฉัีนจะรู้ว่าทุกสิ่งไม่มั่นคงถาวร ทุกสิ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลง แต่สำหรับวันนี้..ขอบคุณนะอาชีพของฉัน..

ขอบคุณ : น้ำประปาไหลๆ หยุดๆ

ขอบคุณ : น้ำประปาไหลๆ หยุดๆ
บ่อยครั้งที่น้ำประปาที่นี่ไม่ไหลตามปกติ..จนกลายเป็นสิ่งปรกติ

คืนนี้ตอนอาบน้ำก็อีกเช่นเคย น้ำ..ไหล..เอื่อย..อาบจากฟักบัวไม่ได้  บังเกิดความรู้สึกหงุดหงิด ทำไมเป็นอีกแล้ว

แต่แล้วก็ฉุกใจรู้สึกตัวขึ้นมา ว่าเรากำลังเอาใจของเราไปยึดกับปัจจัยภายนอกอยู่ อยากให้มันเป็นอย่างที่ใจเราต้องการ 
พอไม่ได้ดั่งใจ..เราเลยหงุดหงิด

ปัจจัยภายนอกเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ ถ้าหากเราปล่อยใจให้ไหลไปกับปัจจัยภายนอก ก็หมายความว่า เราไม่ได้ใช้ชีวิตของตัวเองเลย ..แค่เรื่อง..น้ำไหลเอื่อย..ก็สามารถจูงเราให้เดินตามได้ง่ายๆ 

ตักน้ำอาบจากถังที่รองไว้ก่อนหน้านี้ใกล้จะเสร็จ..ลองเปิดน้ำดูอีกครั้ง ..ไหลแรงเป็นปกติ..

สำหรับคืนนี้..ขอบคุณน้ำไหลเอื่อย

ช่วงเวลาที่โชคดี

ช่วงเวลาที่โชคดี
..ชีวิตคนเราก็มักมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ สำหรับการดำเนินชีวิตของเราวันนี้ เมื่อหันหลังกลับมามองสิ่งที่เราผ่านมา ปีผ่านมา เดือนที่ผ่านมา สัปดาห์ที่ผ่านมา วันที่ผ่านมา มันทำให้เราคิดอยู่ในใจคนเดียวว่าเราโชคดีในหลายๆ เรื่อง ทั้งเรื่องที่ดูเป็นเรื่องใหญ่เช่นหน้าที่การงาน หรือเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น ความบังเอิญได้ฟังเพลงที่ชอบจากวิทยุที่เพิ่งเปิด เป็นต้น เป็นเรื่องที่บางคนอาจไม่ได้สนใจเหมือนกับเราแต่เรื่องเหล่านี้ก็ทำให้เรารู้สึกว่าการดำเนินชีวิตมีคุณค่า

แต่ความคิดที่เราโชคดีแบบนี้ เรารู้ดีว่ามันมีอยู่ แต่มันไม่คงทนถาวร สักวันความรู้สึกเหล่านี้ก็จะหายไป เหมือนเป็นแบบฝึกหัดให้เราได้ฝึกควบคุมความรู้สึกไม่ให้ไหลไปตามกระแสต่างๆ ได้ 

แต่อย่างไรก็ตามเราก็อยากขอบคุณสิ่งดีๆ เหล่านี้ที่อย่างน้อยก็ได้หมุนวนเข้ามาในช่วงชีวิตเรา ..ขอบคุณนะ